Notes & software courses · Free to learn
Aph's Blog
On this page

หางาน & ยื่นสมัคร

👋 อ่านฟรีทั้งหมดบน Aph's Blog — เนื้อหาภาษาไทย ทำตามทีละหน้าใน sidebar ได้เลย หากมีข้อเสนอแนะหรืออยากให้เพิ่มหัวข้อไหน บอกได้เสมอ

หางานเชิงรุก เพิ่มโอกาสได้สัมภาษณ์ด้วยการ referral และเลือกสมัครให้ตรงจุด

การยิง resume ใส่ทุกประกาศที่เจอไม่ได้ผลดีเท่าการสมัครแบบมีกลยุทธ์ การได้ referral จากพนักงานภายในเพิ่มโอกาสผ่าน resume screening ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ช่องทางหางาน

  • LinkedIn — ตั้งสถานะ Open to work และให้ recruiter หาเจอ
  • เว็บบริษัทโดยตรง — สมัครผ่านหน้า careers ของบริษัทที่สนใจ
  • Referral — ขอให้คนรู้จักในบริษัทแนะนำ (ได้ผลที่สุด)
  • ชุมชนเทค — กลุ่ม Facebook, Discord, meetup สาย dev ในไทย

วิธีขอ referral

  1. หาคนที่ทำงานในบริษัทเป้าหมาย (เพื่อน รุ่นพี่ หรือ connection ใน LinkedIn)
  2. ทักไปอย่างสุภาพ บอกตำแหน่งที่สนใจและแนบ resume
  3. เคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร
จัดการการสมัครให้เป็นระบบ

ทำสเปรดชีตบันทึก: ชื่อบริษัท, ตำแหน่ง, วันที่สมัคร, สถานะ, รอบที่อยู่ และ note — จะช่วยให้ติดตามได้ว่าต้อง follow up ที่ไหนบ้าง

เลือกสมัครกี่ที่ดี?

ไม่ควรสมัครทีละที่เดียวแล้วรอผล เพราะกระบวนการอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ ให้สมัครเป็นกลุ่ม (batch) พร้อมกันหลายที่ จะได้มี offer หลายใบมาเทียบกันในช่วงเวลาใกล้เคียง ซึ่งช่วยตอนต่อรองด้วย แนะนำเล็งราว 5-10 ที่ต่อสัปดาห์แบบเลือกแล้ว ดีกว่ายิงร้อยที่แบบสุ่ม

ปรับใบสมัครให้ตรงงาน

อย่าส่ง resume เวอร์ชันเดียวให้ทุกที่ อ่าน job description แล้วปรับ keyword, ลำดับ skill และโปรเจกต์ที่โชว์ให้ตรงกับสิ่งที่ตำแหน่งนั้นต้องการ ใช้เวลาเพิ่มนิดเดียวแต่เพิ่มโอกาสผ่าน screening ได้มาก

ติดตามผล (Follow-up)

ถ้าสมัครหรือสัมภาษณ์แล้วเงียบเกิน 1-2 สัปดาห์ ส่งอีเมลสุภาพ ๆ สอบถามความคืบหน้าได้ แสดงถึงความสนใจจริงและช่วยให้ใบสมัครไม่ถูกลืม

อ่าน Job Description ให้เป็น

ประกาศงานมักแยกเป็น must-have (ต้องมี) กับ nice-to-have (มีก็ดี) ไม่ต้องครบ 100% ถึงจะสมัคร — ถ้าตรง must-have ราว 60-70% ก็สมัครได้เลย

  • Requirements / Must-have — ทักษะที่จำเป็น ต้องมีในระดับหนึ่ง
  • Nice-to-have / Plus — มีก็ได้เปรียบ ไม่มีก็ยังสมัครได้
  • Responsibilities — บอกว่าจะได้ทำอะไร ใช้ปรับ resume ให้ตรง
  • ดูชื่อ tech ในประกาศ แล้วใส่ keyword ตรงนั้นใน resume

ตารางติดตามการสมัคร (Application Tracker)

ทำสเปรดชีตคอลัมน์ตามนี้ จะช่วยให้รู้ว่าต้อง follow up ที่ไหน และไม่สมัครซ้ำ

คอลัมน์ตัวอย่าง
บริษัทAcme Tech
ตำแหน่งBackend Engineer
วันที่สมัคร2026-06-01
ช่องทางReferral / LinkedIn / เว็บบริษัท
สถานะสมัคร / OA / สัมภาษณ์รอบ 1 / รอผล / ปฏิเสธ / Offer
Noteติดต่อพี่ A, follow up วันที่ ...

เทมเพลตอีเมล Follow-up

ดูเทมเพลตอีเมลติดตามผล
Subject: Following up — [ตำแหน่ง] application

เรียนคุณ [ชื่อ recruiter]

ผมได้สมัครตำแหน่ง [ตำแหน่ง] เมื่อวันที่ [วันที่] และยังสนใจ
โอกาสร่วมงานกับ [บริษัท] มากครับ

รบกวนสอบถามความคืบหน้าของใบสมัครครับ หากต้องการข้อมูล
เพิ่มเติมยินดีส่งให้ครับ ขอบคุณมากครับ

[ชื่อ] · [เบอร์] · [LinkedIn]

ต้องเขียน Cover Letter ไหม?

ส่วนใหญ่ในไทยไม่บังคับ แต่ถ้าประกาศขอ หรือเป็นบริษัทที่อยากได้มาก ให้เขียนสั้น 3 ย่อหน้า: ทำไมสนใจบริษัทนี้, คุณเหมาะตรงไหน (อ้างถึงผลงาน), และปิดท้ายด้วยความตั้งใจ — ปรับให้ตรงแต่ละบริษัท อย่าใช้ฉบับเดียวส่งทุกที่

อย่าหยุดสมัครระหว่างรอ

แม้จะเข้ารอบสัมภาษณ์ที่ใดที่หนึ่งแล้ว ให้สมัครและสัมภาษณ์ที่อื่นต่อไปจนกว่าจะเซ็นสัญญา การมีตัวเลือกหลายทางช่วยลดความกดดันและเพิ่มอำนาจต่อรอง